จังหวัดน่านเป็นพื้นที่ภูเขาสูงชันที่มีความเปราะบางทางธรณีวิทยา ประกอบกับแนวโน้มฝนที่รุนแรงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งผลให้เกิดเหตุการณ์ดินถล่มซ้ำซาก สร้างความสูญเสียต่อชีวิต ทรัพย์สิน และโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีระบบเตือนภัยใช้งานอยู่แล้ว แต่ความล่าช้าและข้อจำกัดด้านการวิเคราะห์ข้อมูล ทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่น และหน่วยงานรัฐไม่สามารถบริหารจัดการสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที
ปัญหาสำคัญของระบบเดิมคือการประเมินความเสี่ยงจากปัจจัยเพียงด้านเดียว เช่น ปริมาณฝน ทั้งที่ความจริงแล้วภัยดินถล่มเป็นผลลัพธ์จากปัจจัยหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นความชันของพื้นที่ ชนิดดิน การใช้ประโยชน์ที่ดิน ความชื้นสะสม ปริมาณฝนต่อเนื่อง และสภาพป่าไม้ การขาดเครื่องมือวิเคราะห์เชิงลึกแบบบูรณาการจึงเป็นช่องว่างสำคัญของระบบสาธารณะ หากไม่มีการพัฒนาระบบที่แม่นยำและทันสมัยมากขึ้น ความสูญเสียจะยังคงเกิดซ้ำ และรัฐต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการเฝ้าระวังและฟื้นฟูหลังภัยพิบัติ
Dashboard เตือนดินถล่ม จึงถูกพัฒนาขึ้นในฐานะ “ระบบเตือนภัยอัจฉริยะ (Smart Warning System)” ที่นำเทคโนโลยี AI มาวิเคราะห์ข้อมูลหลายปัจจัยร่วมกันแบบเรียลไทม์ ระบบสามารถประมวลผลข้อมูลสภาพอากาศ ภูมิประเทศ ธรณีวิทยา และข้อมูลประวัติการเกิดเหตุ เพื่อคาดการณ์ระดับความเสี่ยงล่วงหน้า 1–3 วัน พร้อมแสดงผลในรูปแบบแผนที่ความเสี่ยง (Risk Map) ที่เข้าใจง่าย ช่วยให้หน่วยงานสามารถตัดสินใจสั่งการอพยพหรือเตรียมทรัพยากรได้อย่างแม่นยำ
การมี Dashboard กลางที่รวมข้อมูลและการวิเคราะห์ไว้ในที่เดียว ไม่เพียงช่วยลดความล่าช้าในการแจ้งเตือน แต่ยังเพิ่มความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ที่สำคัญ ระบบดังกล่าวช่วยยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการภัยพิบัติของภาครัฐจากเชิงรับไปสู่เชิงรุก ลดความสูญเสีย ลดต้นทุนระยะยาว และเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน
